Tag Archives: Cinema

The Dreamers: เมื่อคุณเป็นคนหนุ่มสาว…

เมื่อคุณเป็นตนหนุ่มสาว ชีวิตของคุณโลดโผน แปดเปื้อนทว่าบริสุทธิ์ เต็มไปด้วยพลังแต่อีกแง่มุมหนึ่งคุณไร้สาระ คุณมีความคิดที่ยิ่งใหญ่สุดท้ายคุณเป็นแค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง คุณเป็นคนกล้าความกล้าของคุณกลับเป็นความอ่อนหัด คุณต้องการบอกให้โลกรู้ว่าพวกคุณมีอุตสาหะ มีความวิริยะ มีสิ่งที่เจิดจ้าดุจเดียวกับผู้ใหญ่สักคนจะมี แน่นอนคุณถูกกล่าวหาว่ามัวเมากับเซ็กซ์ วิปริตกับความหนักหนาสาหัสแห่งจิตวิญญาณ คุณเข้าใกล้โลกจริงที่ถูกสมมติขึ้นมากกว่าคนวัยอื่น คุณได้แต่ตั้งคำถามถึงเกมชีวิต ความบัดซบของสังคมทำให้คุณต้องแตกต่างเหมือนไอ้ขี้แพ้ที่ไร้ทางออก
Posted in Art Film, Beauty is a Rare Thing, Drama, Romance, แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

Like Water For Chocolate

มหัศจรรย์ภาพยนตร์ในแบบอัตถนิยมมายา โดย หอมรำเพย ตั้งแต่ภาพยนตร์กำเนิดขึ้นมายาภาพบนหนังล้วนถูกเกสรรค์ให้ภาพยนตร์เป็นเหมือนจริง มากกว่าเสกสรรค์ให้มันกลายเป็นเรื่องโกหก เราจึงแลเห็นเทคนิคต่าง ๆ ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อทำให้ผู้คนเดินเข้าไปในโลกที่ผู้กำกับสร้างขึ้นอย่างเสมือนจริง ดูนั่นสิ “อวตาร” ภาพดาวเพนโดราที่ประกาศว่ามันมีอยู่จริง แม้มันคือโลกจินตนาการก็ตามที ตรงข้ามกับหนังอัตถนิยมมายาหรือในภาษาฝรั่งเรียกว่า Magical Realism ที่เล่าเรื่องราวเป็นตุเป็นตะ ว่าด้วยเรื่องเล่าเหนือจริงกึ่งตำนาน ในสังคมโลกที่สามเรามักมีตำนานเก่าเล่าผ่านปากผู้เฒ่าของหมู่บ้าน เรื่องพวกนั้นช่างเหลือเชื่อ แต่ก็ยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริงเพราะคนที่เล่าต่อกันมาคือยายทวดของเราเอง
Posted in Art Film, Drama, Romance, ทุบหัวด้วยหนังสือ, แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

ภาพยนตร์ศิลปะแนวทดลอง-ภาพยนตร์อาว็องการ์ดในโลกตะวันตก

ภาพยนตร์ศิลปะแนวทดลอง-ภาพยนตร์อาว็องการ์ดในโลกตะวันตก โดย: มณีกาญจน์ ไชยนนท์ นักวิจัย สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พิมพ์ครั้งแรก: มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน แนวคิดเกี่ยวกับภาพยนตร์ ยุคเริ่มต้น 1880-1915 ภาพยนตร์ในฐานะศิลปะในยุคเงียบ (Silent Era) บริบทแรก ของการมองภาพยนตร์ในฐานะภาพรวม อย่างที่ Melies, Ricciotoo Canudo และ Abel Gance มองว่าภาพยนตร์เป็นเหมือน “ศิลปะแขนงที่หก” (1911/12) ในขณะที่ Vachel Linday ปี 1922 กวีชาวอเมริกันบอกว่า ภาพยนตร์ก็เหมือนงานสถาปัตยกรรม และนักประวัติศาสตร์ศิลป์ Elie Faure ก็เลือกใช้คำว่า “cineplastics” ที่ซึ่งเป็นตัวเลือกในการอธิบายถึงภาพยนตร์ Ricciotto Canudo บริบทต่อมา สิ่งที่ทำให้ศิลปะและภาพยนตร์ยุคแรกมาเชื่อมรวมกันคือ การสอดแทรกวัฒนธรรมน้อยลงและมีความเป็นธุรกิจการค้ามากขึ้น อุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่เติบโตขึ้น ใช้ตัวเชื่อมเชิงวัฒนธรรมระหว่างศิลปะและความสามารถเฉพาะตัว แต่ว่าการสร้างภาพยนตร์มีความเกี่ยวพันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับผู้มีอำนาจ ในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งต่อมานำมาซึ่งการเรียกร้องความเป็นเจ้าของหรือลิขสิทธิ์ ช่วงสำคัญของการกำเนิดภาพยนตร์ เกิดขึ้นในช่วงก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เห็นได้ชัดคือ ภาพยนตร์อเมริกันเข้าสู่ยุคเริ่มแรก (Primitives-ปฐมบรรพ์) โดยการใช้วิธีการ Single-Shot Diversions ที่ตัวตลกและนักแสดงมักใช้วิธีนี้ในการแสดงที่ลานการแสดงและโรงอุปรากร(music hall) ในช่วงปี 1903–1905 ได้มีการรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งโดยการลงทุนและการคิดประดิษฐ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการละครมากขึ้น ภาพยนตร์จึงมีความยาวและละเอียดซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม และถูกผลิตด้วยเป้าหมายของการผลิตภาพยนตร์อย่างจริงจัง ภายในช่วงเวลา 10 ปี ภาพยนตร์แนว Fiction ก็ได้มีสัดส่วนในการลงทุนในการสร้างภาพยนตร์สูงมากขึ้น เช่นเรื่อง Intolerance (1916) ของ Griffith และ Cabriria (1914) ของ Pastroni ด้วยแรงผลักดันของผู้กำกับ Fiction ช่วงเริ่มแรก ก็ได้มีการพัฒนาความลื่นไหลทางภาษาภาพยนตร์ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกซึมซาบ หลงใหล เคลิบเคลิ้มไปกับอารมณ์ของภาพยนตร์
Posted in แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , , , | 2 Comments

เมื่อเราต้องพูดถึงความจริงที่เกิดขึ้น

American History X แม้จะประนีประนอมต่อปัญหาในระดับหนึ่ง แต่ก็เป็นหนังที่เปิดเผยถึงปัญหาว่ามีอยู่จริงในสังคม โดยเฉพาะการเหยียดผิว การแบ่งชนชั้น ความรุนแรงในสังคม ล้วนแล้วมีอยู่ทุกหนแห่ง
Posted in Drama, Suspense, แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , | Leave a comment

ความเปราะบางของความสัมพันธ์

ระหว่างความยุติธรรมกับการให้อภัยสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน คำตอบของหนังตอบอย่างชัดเจนแล้วว่า ความยุติธรรมจะไม่เกิดขึ้นเลย แม้จะมีการพิพากษาความผิดไปแล้ว แต่ถ้าเรายังไม่ให้อภัยกัน ความยุติธรรมซึ่งเป็นเครืองมือทางการเมือง ทางการปกครอง ก็หามีประโยชน์อันใดไม่ หาประโยชน์ใดไม่ได้แม้แต่ความจริง...
Posted in Drama, Romance, Suspense, แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , | 1 Comment

Mamma Mia!: สุขนิยม มองโลกในแง่ดี และไขว่คว้าหาอนาคต

Posted in Comedy, Drama, Romance, แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , , , | Leave a comment

Pride And Glory: มืดดำและเจ็บปวด

Pride And Glory ไม่ใช่หนังแนวแอ๊คชั่นอย่างที่ฝ่ายโปรโมชั่นต้องการให้เป็น แต่ Pride And Glory กลับเป็นหนังในแบบดรามาหนัก ๆ มีกลิ่นของฟิล์มนัวร์แทรกผ่านบรรยากาศค่อนข้างมาก ขณะที่ฉากยิงกันหรือฉากต่อสู้ไม่มีแอคชั่นเท่ ๆ ในแบบหนังจอห์น วู ไม่มีภาพพระเอกยืนเต๊ะท่าให้ลมพัดผมปลิวกระจาย หรือภาพการเอียงปืนยิงคู่อริแบบสองมือ ตัดเรื่องความเท่ไปได้ เพราะผู้กำกับภาพเลือกใช้กล้องแฮนด์เฮลด์ถ่ายในฉากเหล่านี้แทน ซึ่งแทบจะไม่รู้ว่าใครเป็นใครในฉากชุลมุน แถมฉากที่พระเอกสองคนต้องเผชิญหน้ากัน การต่อสู้ก็ใช้หมัดล้วน ๆ ตะลุมบอลกันอย่างทุลักทุเลมากกว่าภาพเกินจริงในหนังหลายเรื่อง รายละเอียดภาพแบบนี้จึงทำให้หนังมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น และยิ่งหนังสมจริงมากเท่าไหร่ ยิ่งจะนำเสนอเนื้อหาได้ลึกซึ้งเท่านั้น
Posted in Drama, Suspense, Triller, แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , | 2 Comments