Tag Archives: Art Film

The Dreamers: เมื่อคุณเป็นคนหนุ่มสาว…

เมื่อคุณเป็นตนหนุ่มสาว ชีวิตของคุณโลดโผน แปดเปื้อนทว่าบริสุทธิ์ เต็มไปด้วยพลังแต่อีกแง่มุมหนึ่งคุณไร้สาระ คุณมีความคิดที่ยิ่งใหญ่สุดท้ายคุณเป็นแค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง คุณเป็นคนกล้าความกล้าของคุณกลับเป็นความอ่อนหัด คุณต้องการบอกให้โลกรู้ว่าพวกคุณมีอุตสาหะ มีความวิริยะ มีสิ่งที่เจิดจ้าดุจเดียวกับผู้ใหญ่สักคนจะมี แน่นอนคุณถูกกล่าวหาว่ามัวเมากับเซ็กซ์ วิปริตกับความหนักหนาสาหัสแห่งจิตวิญญาณ คุณเข้าใกล้โลกจริงที่ถูกสมมติขึ้นมากกว่าคนวัยอื่น คุณได้แต่ตั้งคำถามถึงเกมชีวิต ความบัดซบของสังคมทำให้คุณต้องแตกต่างเหมือนไอ้ขี้แพ้ที่ไร้ทางออก
Posted in Art Film, Beauty is a Rare Thing, Drama, Romance, แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

Post Colonial Criticism: การวิจารณ์ศิลปะ-วรรณกรรมแนวหลังอาณานิคม

Post Colonial Criticism การวิจารณ์ศิลปะ-วรรณกรรมแนวหลังอาณานิคม
 นพพร ประชากุล
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อ.ไชยันต์ รัชชกูล ดำเนินรายการ: การวิจารณ์แนว Post Colonial Criticism เมื่อหลายเดือนก่อน ที่จุฬาฯ จัดประชุมเรื่องทำนองนี้ แต่คนละเรื่องกับที่ อ.นพพร จะพูด ก็หวังว่าจะเป็นคุณูปการ เป็นข้อคิด หรืออย่างน้อยเป็นข้อทักท้วงถกเถียงกับความคิดที่เราเชื่ออยู่ เชิญ อ. นพพร อ.นพพร ประชากุล : การวิจารณ์แนวหลังอาณานิคม Post Colonial Criticism วลีที่ใช้เป็นชื่ออันนี้ประกอบด้วยสองคำ คำว่า Criticism อาจไม่มีปัญหามาก แต่คำว่า Post Colonial เป็นคำที่ผมต้องสร้างความกระจ่างไว้แต่เนิ่นๆ ก็คือคำว่า หลังอาณานิคม แล้วค่อยไปทำความเข้าใจกับกิจกรรมการวิจารณ์ที่ยึดแนวนี้เป็นหลัก หัวข้อของผมวันนี้ประกอบด้วย ๔ ส่วน 
ส่วนแรก จะพูดถึง Post Colonialism หรือแนวคิดหลังอาณานิคม
ส่วนที่สอง ถัดมาจะชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างงานวิจารณ์แนวหลังอาณานิคมกับงานประพันธ์หลังอาณานิคม บ่อยครั้งมาปนกันแล้วพูดคุยกันลำบาก ผมคิดว่าต้องแยกให้ชัด ว่าจะพูดถึงการวิจารณ์ในแนวนี้หรือการประพันธ์ในแนวนี้
ส่วนที่สาม จะพูดถึงเนื้อหาสาระที่พบได้ในการวิจารณ์แนวนี้
สุดท้าย จะปิดด้วย methodology หรือวิธีวิทยาที่ใช้ในการวิจารณ์แนวนี้ 1. หัวข้อแรก ขอเริ่มด้วยการให้คำนิยามแนวคิดหลังสกุลอาณานิคมว่า ในสาขาวิชาการและความเคลื่อนไหวทางความคิดที่ศึกษาวิเคราะห์อำนาจของตะวันตก ที่มีเหนือภูมิภาคอื่นๆ ของโลก Object หรือวัตถุที่ศึกษาคือ อำนาจของตะวันตกที่มีต่อภูมิภาคอื่นๆ ของโลก ซึ่งถ้าจะพูดให้ชัดกว่านี้คือ เป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างตะวันตกกับภูมิภาคอื่นๆ ของโลก เพราะว่ามันไม่ได้เป็นในทิศเดียวเสมอไป เมื่อสักครู่ผมพูดว่าอำนาจของตะวันตกต่อภูมิภาคอื่นๆ ของโลก แต่ภูมิภาคอื่นๆ ของโลกก็ตอบโต้ได้เช่นเดียวกัน มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจอื่นๆ ที่ตอบโต้สวนทางกลับมาได้ด้วย ตรงนี้คงต้องพยายามมองให้เป็นสองทิศทาง แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ๘๐% ของการใช้อำนาจนั้น เป็นจากตะวันตกสู่ภูมิภาคอื่นๆ ของโลก มากกว่าที่จะเป็นในทิศกลับกัน การที่ผมใช้คำว่าศึกษาวิเคราะห์ก็ทำให้เป็นวิชาการบริสุทธิ์ได้ง่าย ซึ่งที่จริงก็ไม่มีอยู่แล้ว วิชาการบริสุทธิ์ แต่ว่ากรณีของวิชาการแนว Post Colonial เขาประกาศออกมาแต่ต้นว่า เขามีลักษณะวิพากษ์ (critique) อยู่ในตัวเรียบร้อย ก็เป็นชุดวิชาการเดียว กระบวนทัศน์เดียวกันกับ Feminism, Marxism ในแง่ที่ว่า เอาล่ะ จะเป็นการวิเคราะห์ แต่เป็นการวิเคราะห์ที่แฝงลักษณะวิพากษ์ ไปสู่การปฏิบัติด้วย นิยามที่พูดมานี้ฟังดูครอบคลุมดี แต่มันยังกว้างเกินไป เพราะมันยังมีแนวคิดอีกแนวหนึ่งซึ่งมันใกล้เคียงกันแล้วเอามาปนกันได้ง่าย นักวิชาการบางคนเอามาปนกันเลย เช่น อ่าน โรเบิร์ต ยัง Post Colonialism and historical introduction ปรากฏว่าอ่านไปได้ชั่วโมงหนึ่งก็จับได้แล้ว นี่มันไม่ใช่ Post Colonial อย่างที่เราเข้าใจ มันคือ Anti Colonial แต่ว่าโรเบิร์ต ยัง อาจไม่สนใจ เอามาปนกันได้ แต่ผมคิดว่าต้องเคลียร์ตรงนี้ก่อน แนววิชาการอีกแนวหนึ่งที่ใกล้เคียงกันกับ Post Colonial มากๆ คือ anti Colonialism หรือ แนวคิดต่อต้านอาณานิคม ซึ่งแนวคิดต่อต้านอาณานิคม สามารถจะไปร่วมแชร์คำจำกัดความข้างหน้าที่ผมใช้เมื่อกี้ได้ เพราะมันก็ศึกษาวิเคราะห์อำนาจของตะวันตกที่มีต่อภูมิภาคอื่นของโลกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องมาจำกัดความเฉพาะลงไปอีก โดยมาจ้องที่คำว่า Post ซึ่งใช้ใน Post Colonial
Posted in Beauty is a Rare Thing | Also tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

Like Water For Chocolate

มหัศจรรย์ภาพยนตร์ในแบบอัตถนิยมมายา โดย หอมรำเพย ตั้งแต่ภาพยนตร์กำเนิดขึ้นมายาภาพบนหนังล้วนถูกเกสรรค์ให้ภาพยนตร์เป็นเหมือนจริง มากกว่าเสกสรรค์ให้มันกลายเป็นเรื่องโกหก เราจึงแลเห็นเทคนิคต่าง ๆ ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อทำให้ผู้คนเดินเข้าไปในโลกที่ผู้กำกับสร้างขึ้นอย่างเสมือนจริง ดูนั่นสิ “อวตาร” ภาพดาวเพนโดราที่ประกาศว่ามันมีอยู่จริง แม้มันคือโลกจินตนาการก็ตามที ตรงข้ามกับหนังอัตถนิยมมายาหรือในภาษาฝรั่งเรียกว่า Magical Realism ที่เล่าเรื่องราวเป็นตุเป็นตะ ว่าด้วยเรื่องเล่าเหนือจริงกึ่งตำนาน ในสังคมโลกที่สามเรามักมีตำนานเก่าเล่าผ่านปากผู้เฒ่าของหมู่บ้าน เรื่องพวกนั้นช่างเหลือเชื่อ แต่ก็ยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริงเพราะคนที่เล่าต่อกันมาคือยายทวดของเราเอง
Posted in Art Film, Drama, Romance, ทุบหัวด้วยหนังสือ, แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

Tango

Posted in Art Film, Romance, แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , | Leave a comment

ภาพยนตร์ศิลปะแนวทดลอง-ภาพยนตร์อาว็องการ์ดในโลกตะวันตก

ภาพยนตร์ศิลปะแนวทดลอง-ภาพยนตร์อาว็องการ์ดในโลกตะวันตก โดย: มณีกาญจน์ ไชยนนท์ นักวิจัย สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พิมพ์ครั้งแรก: มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน แนวคิดเกี่ยวกับภาพยนตร์ ยุคเริ่มต้น 1880-1915 ภาพยนตร์ในฐานะศิลปะในยุคเงียบ (Silent Era) บริบทแรก ของการมองภาพยนตร์ในฐานะภาพรวม อย่างที่ Melies, Ricciotoo Canudo และ Abel Gance มองว่าภาพยนตร์เป็นเหมือน “ศิลปะแขนงที่หก” (1911/12) ในขณะที่ Vachel Linday ปี 1922 กวีชาวอเมริกันบอกว่า ภาพยนตร์ก็เหมือนงานสถาปัตยกรรม และนักประวัติศาสตร์ศิลป์ Elie Faure ก็เลือกใช้คำว่า “cineplastics” ที่ซึ่งเป็นตัวเลือกในการอธิบายถึงภาพยนตร์ Ricciotto Canudo บริบทต่อมา สิ่งที่ทำให้ศิลปะและภาพยนตร์ยุคแรกมาเชื่อมรวมกันคือ การสอดแทรกวัฒนธรรมน้อยลงและมีความเป็นธุรกิจการค้ามากขึ้น อุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่เติบโตขึ้น ใช้ตัวเชื่อมเชิงวัฒนธรรมระหว่างศิลปะและความสามารถเฉพาะตัว แต่ว่าการสร้างภาพยนตร์มีความเกี่ยวพันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับผู้มีอำนาจ ในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งต่อมานำมาซึ่งการเรียกร้องความเป็นเจ้าของหรือลิขสิทธิ์ ช่วงสำคัญของการกำเนิดภาพยนตร์ เกิดขึ้นในช่วงก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เห็นได้ชัดคือ ภาพยนตร์อเมริกันเข้าสู่ยุคเริ่มแรก (Primitives-ปฐมบรรพ์) โดยการใช้วิธีการ Single-Shot Diversions ที่ตัวตลกและนักแสดงมักใช้วิธีนี้ในการแสดงที่ลานการแสดงและโรงอุปรากร(music hall) ในช่วงปี 1903–1905 ได้มีการรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งโดยการลงทุนและการคิดประดิษฐ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการละครมากขึ้น ภาพยนตร์จึงมีความยาวและละเอียดซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม และถูกผลิตด้วยเป้าหมายของการผลิตภาพยนตร์อย่างจริงจัง ภายในช่วงเวลา 10 ปี ภาพยนตร์แนว Fiction ก็ได้มีสัดส่วนในการลงทุนในการสร้างภาพยนตร์สูงมากขึ้น เช่นเรื่อง Intolerance (1916) ของ Griffith และ Cabriria (1914) ของ Pastroni ด้วยแรงผลักดันของผู้กำกับ Fiction ช่วงเริ่มแรก ก็ได้มีการพัฒนาความลื่นไหลทางภาษาภาพยนตร์ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกซึมซาบ หลงใหล เคลิบเคลิ้มไปกับอารมณ์ของภาพยนตร์
Posted in แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , , , | 2 Comments

Persona : ความสัมพันธ์จากด้านใน

Ingmar Bergman เป็นผู้กำกับหนังชาวสวีเดนที่มีผลงานการกำกับหนังที่โดดเด่นมากที่สุดคนหนึ่งของโลก เขาไม่ได้สร้างหนังเพียงเพื่อบอกเล่าเรื่องราว หรือระบายออกทางความต้องการของตน ทว่าหนังของเบิร์กแมนทะลุทะลวงเข้าสู่ด้านลึกของมนุษย์ ความปรารถนาอันเร้นลับภายในถูกขับดันออกมา ผ่านบุคลิกภาพซับซ้อน -- ภาพ เสียง และเนื้อในของหนัง มันเผยให้เห็นมนุษย์ในแง่งดงาม-อัปลักษณ์ ที่ซึ่งแสงกระทบลงกับฟิล์ม
Posted in Art Film, Drama, Romance, แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , , , | 1 Comment

ความเปราะบางของความสัมพันธ์

ระหว่างความยุติธรรมกับการให้อภัยสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน คำตอบของหนังตอบอย่างชัดเจนแล้วว่า ความยุติธรรมจะไม่เกิดขึ้นเลย แม้จะมีการพิพากษาความผิดไปแล้ว แต่ถ้าเรายังไม่ให้อภัยกัน ความยุติธรรมซึ่งเป็นเครืองมือทางการเมือง ทางการปกครอง ก็หามีประโยชน์อันใดไม่ หาประโยชน์ใดไม่ได้แม้แต่ความจริง...
Posted in Drama, Romance, Suspense, แสงกระทบฟิล์ม | Also tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , | 1 Comment