วันเวลาที่ผ่านเลย
September 2010 M T W T F S S « Aug 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
พบกับบู๊ธ ALTERNATIVE WRITERS หมายเลขบู๊ธ M12 โซน C1 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม จนถึง 6 เมษายน 2553 เวลา 10.30 น.-20.30 น. ยกเว้นวันที่ 26 มีนาคม 2553 เปิดให้ชมงานเวลา 18.00 น.8 มีนาคม 2553
"การอ่าน" คือวาระแห่งชาติ จะมีประโยชน์อะไร ถ้าหนังสือจะต้องถูกจำกัดเนื้อหา หรือมีการจัดเรตติ้ง เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเข้าถึงหนังสือได้อย่างมีเสรีภาพ การขัดกันเองของสองสิ่งนี้คือการฉุดให้การเติบโตในการอ่านของประเทศไทยลงเหวอย่างไม่ต้องสงสัย-
บทความล่าสุด
- สิงห์สนามหลวงสนทนา: คินคาคุจิ ท้าวมหาพรหม และมาเชล ดูชองพ์
- ย้อนรำลึกความรักย่ิงใหญ่ของ”ชนิด สายประดิษฐ์” คู่ยากชีวิต”ศรีบูรพา”แม้ความตายพรากแต่รักยังนิรันดร
- มติชน: สิ้นแล้ว”ชนิด สายประดิษฐ์”ภรรยาคู่ทุกข์ยาก”ศรีบูรพา”รูดม่านชีวิตเจ้าของนามปากกา”จูเลียต”วัย98ปี
- จาก “ปีศาจ” ถึง “ด้วยรักแห่งอุดมการณ์” จวบการต่อสู้ของคนเสื้อแดงในเดือนเมษา
- The Dreamers: เมื่อคุณเป็นคนหนุ่มสาว…
- พบกับบู๊ธ ALTERNATIVE WRITERS หมายเลชบู๊ธ M12
- Post Colonial Criticism: การวิจารณ์ศิลปะ-วรรณกรรมแนวหลังอาณานิคม
- My favorite book
- Like Water For Chocolate
- แรงกระเพื่อมของปัจเจกชน
- Tango
- อนุสรณ์ ติปยานนท์: มรณสักขี
- ภาพยนตร์ศิลปะแนวทดลอง-ภาพยนตร์อาว็องการ์ดในโลกตะวันตก
- เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม
- สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์
Niwat’s Blog Last Update- Bomroya Music September 9, 2010Bomroya indy music บอมโรยาเป็นศิลปินอินดี้ชาวเกาหลี เธอทำงานศิลปะผ่านสื่อหลายรูปแบบ ภาพวาด จิตกรรม หนังสือ ภาพประกอบนิยาย และเธอยัเขียนเพลงและเล่นดนตรี อัลับม Cactus Crackers เป็นดนตรีที่เธอทำขึ้น บทเพลงไพเราะทั้งสิบเพลงผมได้ฟังแล้วชื่นชอบต่องานสร้างสรรค์ แม้ผมไม่รู้ภาษาเกาหลี แต่จากน้ำเสียงในบทเพลงก็บอกุึงเรื่องราวของเพลงได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่ดนตรีนั้ […]Niwat Puttaprasart
- นครศรีธรรมราช 360 องศา (ตอนที่ 4) September 9, 2010นครศรีธรรมราช 360 องศา (ตอนที่ 4) สู่ความเงียบสงบแห่งแหลมตะลุมพุก อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1 / ตอนที่ 2 / ตอนที่ 3 / ตอนที่ 4 / ตอนที่ 5 โดยนิวัต พุทธประสาท จากตัวเมืองนครฯ เราใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 408 มุ่งตรงไปยังอำเภอปากพนัง ถนนที่มุ่งเข้าไปยังแหลมตะลุมพุกจะผ่านตัวเมืองปากพนัง แต่เราใช้ถนนเลี่ยงเมือง แหลมตะลุมพุกเป็นแหลมที่ยื่นไปในทะเล ถนนทางเข้าค่อนข้างเปลี่ยว […]Niwat Puttaprasart
- นครศรีธรรมราช 360 องศา (ตอนที่ 3) September 9, 2010นครศรีธรรมราช 360 องศา (ตอนที่ 3) อาหารเช้าร้านโกปี๊ > แหลมตะลุมพุก อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1 / ตอนที่ 2 / ตอนที่ 3 / ตอนที่ 4 โดย นิวัต พุทธประสาท อาหารเช้าที่นครศรีธรรมราชมีหลายร้านให้เลือก และอาหารเช้าที่นครฯเป็นเรื่องใหญ่นะครับ ผิดกับกรุงเทพฯเราจะหาร้านอาหารเช้าที่ขายอย่างจริงจังได้ยากมาก ถ้าไม่ไปที่ตลาดเราจะไม่เห็นร้านอาหารเช้าอย่างจริงจัง ที่นครฯหรือที่ […]Niwat Puttaprasart
- Music: Thai Beat Ago-Go Volume 1 September 9, 2010ผมตัดเพลงมาจากแผ่นเสียงอัลบัม Thai Ago-Go Volume 1 ที่จริงในอัลบัมนี้มีด้วยกันหลายเพลง ผมจะทยอยนำมาให้โหลดฟังกันสามเพลงก่อน ซึ่งเพลงทั้งอัลบัมก็แปลกดีครับฟังสนุก ๆ ย้อนยุค เหมือนฟังซาวด์แทรคเรื่อง Kill Bill ผมมองว่าเพลงในยุคนี้เป็นยุคที่ค้นหาตัวเองของเพลงไทย เพลงส่วนใหญ่จะลอกท่วงทำนองเพลงฝรั่งก็จริงแต่ก็ผสมผสานความเป็นไทยได้อย่างเหลือร้าย ซึ่งผมก็งงว่าทำไมเพ […]Niwat Puttaprasart
- Beethoven: Violin Sonata September 9, 2010Beethoven: Violin Sonata No.5 “Spring” No.9 “Kreutzer” No.10 บีโธเฟ่นได้แต่งไวโอลินโซนาต้าเอาไว้ด้วยกันถึงสิบหมายเลข ซึ่งถือว่าเป็นงานผลงานที่มีกลุ่มก้อนใหญ่น่าศึกษา และสามารถมองเห็นพัฒนาการอันยอดเยี่ยมของบีโธเฟ่น ไวโอลินโซนาต้าสามเพลงแรก บีโธเฟ่นได้อุทิศให้แก่ Antonio Salieri ซึ่งเป็นคีตกวีและคอนดัคเตอร์ชาวอิตาเลียน จนกระทั่งไวโอลินโซนาต้าหมายเลข 4 และ หมาย […]Niwat Puttaprasart
- The Sheltering Sky: การเสาะหาความรักที่ผุกร่อน September 9, 2010นิวัต พุทธประสาท เบอร์นาร์โด เบร์โตลุคชี (Bernardo Bertolucci) กลายเป็นผู้กำกับชาวอิตเลียนโด่งดังเพียงข้ามคืนขึ้นมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Last Emperor หรือในชื่อไทยที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า “จักรพรรดิโลกไม่ลืม” หรือ “จักรพรรดิองค์สุดท้าย” ซึ่งดำเนินเรื่องด้วยประวัติศาสตร์จีนผ่านความเปลี่ยนแปลงทางสังคม-การเมือง ในฐานะที่หนังมันสามารถสร้างแรงสะเทือนให้แก่วงการ […]Niwat Puttaprasart
- ทดสอบแผ่น CD-R (Compact Disc Recordable) สำหรับบันทึกเพลง-ดนตรี September 9, 2010โดย นิวัต พุทธประสาท ตั้งแต่คอมแพคดิสต์ถือกำเนิดขึ้นมาและวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1980 เป็นเหมือนการปฏิวัติรูปแบบการบันทึกข้อมูลที่สำคัญที่สุดของโลกเหตุการณ์หนึ่ง แผ่นซีดีทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ต่อตลาดดนตรี-เพลงซึ่งก่อนหน้านี้จัดจำหน่ายด้วยฟอร์แมตอื่น ๆ เช่น เทปคาสเซ็ต-ซึ่งมีคุณภาพต่ำทั้งทางด้านเสียงและการเก็บรักษา ส่วนแผ่นเสียงมีต้นทุนการผลิตที่แพงขึ […]Niwat Puttaprasart
- Bomroya Music September 9, 2010
Thai Writer Webbord
North Star
Looking East
Go West
South of The Border
ป้ายบอกทาง
กรุงเทพฯ ท่องเที่ยว นครศรีธรรมราช นักเขียน นิยาย นิวัต พุทธประสาท ภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มาเก๊า วรรณกรรม หนังสือ หอมรำเพย ฮ่องกง เครื่องเล่นแผ่นเสียง เดินทาง Art Art Film audio book Cinema Drama Film Germany Gunter Grass Hong Kong Jazz john coltrane Literature Macau Magical Realism Musical Niwat Niwat Puttaprasart Nobel Novel Other Author Pop Pop Culture Romance Suspense sweden Thai Writer travel USA Writerลำดับการพิมพ์
บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา- ใบตองแห้ง…ออนไลน์: ปรองดองทางยุทธวิธี
- ชำนาญ จันทร์เรือง: วิจารณ์ศาล
- เรื่องเล่า nostalgia : กรณีเสกสรรค์กับอองซานซูจีและนักวิชาการ”ประชาธิปไตย”ปี 2538 และ 2553
- ใบตองแห้งออนไลน์ : อวสาน ‘การเมืองใหม่’ ทราบแล้วเปลี่ยน!
- สัมภาษณ์ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์: “ประเทศไทยกำลังถอยหลังด้วยสปีดที่เร็วมาก”
- ใบตองแห้งออนไลน์ : ข้าราชการ ข้าของแผ่นดิน
- พื้นที่เสรีภาพและสิทธิทางการเมืองใน ‘คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ’
- เด็กจุฬาฯ โดนยึดป้ายประท้วงนายกฯ อาจารย์กร้าว “นี่เป็นที่ของผม ฟ้องผมได้เลย”
- สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี: เหตุผลของคนแพ้ (คดีปราสาทพระวิหาร)
- วีรพงษ์ รามางกูร: กรณีเขาพระวิหาร
นฑ ปักษนาวิน- เขียนถึง rinko kawauchi September 9, 2010
- ครอบครัวนกในสวนเล็กๆ September 9, 2010
- ghost in the photo September 9, 2010
- บทกวีปีใหม่ September 9, 2010
- HNY2010 September 9, 2010
ท้องฟ้าปรากฎการณ์
Bomroya: Korea indy artist- BRUT 8월호 Roya's band recipe_트램폴린 September 9, 2010[…]
- BRUT 7월호 Roya's band recipe_싸지타 September 9, 2010[…]
- BRUT 6월호 Roya's band recipe_불나방스타쏘세지클럽 September 9, 2010[…]
- 이 곳은 파리 입니다, 곧 돌아가요 September 9, 2010[…]
- 8월 15일 드디어 산티아고에 도착 했어요 :) September 9, 2010[…]
- 이 곳은 베를린 입니다 September 9, 2010[…]
- 0707-0901 산티아고 순례길을 다녀옵니다 September 9, 2010[…]
- 태국 비평가 Niwat 과의 책작업 :) September 9, 2010[…]
- 일상사_페 디베르(fait divers) September 9, 2010[…]
- 요즘+숏커트 인증샷 '-' September 9, 2010[…]
- BRUT 8월호 Roya's band recipe_트램폴린 September 9, 2010
Music fountain
บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด
Tag Archives: มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์
สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์
ภัควดี วีระภาสพงษ์
นักวิชาการและนักแปลอิสระ
หมายเหตุ
บทความแปลชิ้นนี้ ได้รับมาจากผู้เขียน
ทางกองบรรณาธิการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนต้องขอขอบคุณเอาไว้ ณ ที่นี้
ต้นฉบับของบทความนี้ชื่อ
Superstars and Globalization: Interviewing Arundhati Roy
by Sonali Kolhatkar, Znet
(บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา)
บทความฟรี มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 783
เผยแพร่บนเว็ปไซต์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๘
(บทความทั้งหมดยาวประมาณ 12.5 หน้ากระดาษ A4)
Superstars and Globalization
Interviewing Arundhati Roy
นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์
บทสัมภาษณ์ อรุณธาตี รอย (Arundhati Roy)
สัมภาษณ์โดย โซนาลี โกลหัตการ
16 สิงหาคม 2004
"ถ้าคุณอยู่ในสหรัฐอเมริกา ประเทศที่อึงอลไปด้วยเสียงคำรามของตลาดเสรี เสียงคำรามของแสนยานุภาพยิ่งใหญ่ เสียงคำรามของการได้อยู่ ณ ใจกลางจักรภพ(1) มันยากที่จะได้ยินเสียงกระซิบจากส่วนอื่น ๆ ของโลก แต่ฉันคิดว่า พลเมืองสหรัฐฯ จำนวนมากต้องการได้ยิน"
อรุณธาตี รอย, The Checkbook and the Cruise Missile, บทสนทนากับ David Barsamian
ความนำ
อรุณธาตี รอย มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุขึ้นมาในปี ค.ศ. 1997 เมื่อเธอได้รับรางวัลบุ๊กเกอร์ไพรซ์จากงานเขียนนวนิยายเรื่องแรก The God of Small Things เธอเรียนจบมาทางด้านสถาปัตยกรรม ทำงานเป็นโปรดักชั่นดีไซเนอร์ และเคยเขียนบทภาพยนตร์สองเรื่อง อรุณธาตี รอย ยังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในด้านกิจกรรมทางสังคม เธอเคยถูกจับเข้าคุกเพราะร่วมประท้วงการสร้างเขื่อนนรมทา ในแคว้นมัธยประเทศของอินเดีย เธอมีงานเขียนทางการเมืองที่ตีพิมพ์เป็นเล่มแล้ว อาทิ Power Politics, War Talk และเล่มล่าสุดที่กำลังจะวางแผงคือ An Ordinary Person's Guide to Empire
Posted in Beauty is a Rare Thing Also tagged Arundhati Roy, book, India, Literature, Novel, Writer, นักเขียน, นิยาย, ภัควดี วีระภาสพงษ์, วรรณกรรม, หนังสือ, อรุณธาตี รอย, อินเดีย Leave a comment
Günter Grass: นักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ปี 1999
สมเกียรติ ตั้งนโม: แปล
พิมพ์ครั้งแรก : มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
[caption id="" align="alignnone" width="445" caption="Günter Grass"]
[/caption]
กุนเธอร์ กราสส์ (Günter Grass) เกิดในปี ค.ศ.1927 ในเมือง Danzig-Langfuhr * จากครอบครัวเลือดผสมโปลิช-เยอรมัน ภายหลังจากรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร และประสบชะตากรรมการตกเป็นเชลยสงครามโดยกองทัพอเมริกัน 1944-46 ต่อมา เขาได้ทำงานในฐานะแรงงานในฟาร์มและคนงานเหมือง และได้ร่ำเรียนศิลปะในดุสเซนดอร์ฟและเบอร์ลิน. ปี 1956-59 เขาได้ดำรงชีวิตในฐานะประติมากร ศิลปินกราฟิก และนักเขียนในปารีส และภายหลังต่อมาในเบอร์ลิน
ในปี ค.ศ. 1955 กราสส์เป็นสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มวิพากษ์สังคม 47 หรือที่เรียกว่า the socially critical Gruppe 47 * (ภายหลังได้ถูกอธิบายด้วยความรักและอบอุ่นในหนังสือของเขาเรื่อง The Meeting at Telgte). ผลงานกวีนิพนธ์ของเขาได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1956 และบทละครเรื่องแรกของเขาได้รับการสร้างขึ้นในปี 1957. ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในฐานะนักประพันธ์ระดับนานาชาติเกิดขึ้นในปี 1959 โดยผ่านวนิยายเล่ห์เหลี่ยมกลโกงผจญภัย แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งเรื่อง The Tin Drum (ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์โดย Schlondorff) และงานเขียนชิ้นต่อมา ด้วยมุมมองในลักษณะของการเสียดสีเหน็บแนมเกี่ยวกับความจริงของคนเยอรมัน ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่แล้วจากเรื่อง Cat and Mouse และ Dog Years งานสองชิ้นนี้ได้รับการเขียนขึ้นและได้รับการเรียกว่า the Danzig Trilogy (เรื่องราวสามตอนของเมืองแดนซิง)
กราสส์เป็นคนที่กระตือรือร้นทางการเมือง ในทศวรรษที่ 1960s เขาได้มีส่วนร่วมในการณรงค์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง Willy Brandt * ในนามของพรรคสังคมประชาธิปไตย. เขาได้ไปเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบกับปัญญาชนทั้งหลายในงานเขียนเรื่อง Local Anaesthetic, เรื่อง From the Diary of a Snail และในงานเขียนของเขาเกี่ยวกับ”โศกนาฏกรรมของคนเยอรมัน”ในเรื่อง The Plebeians Rehearse the Uprising, และได้รับการตีพิมพ์สุนทรพจน์ทางการเมืองและความเรียงต่างๆ ซึ่งกราสส์ได้ให้การสนับสนุนประเทศเยอรมนีเป็นอิสระจากอุดมการณ์อันบ้าคลั่งและการปกครองแบบเผด็จการต่างๆ
บ้านในวัยเด็กของเขา ณ เมือง Danzig และงานเขียนต่างๆ ในแบบสัจนิยมพิศดาร (fabulations – magical realism – เป็นแนวสัจนิยมสมัยใหม่ที่ไม่เหมือนกับขนบจารีตที่ผ่านมา เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการละเมิด ความรุนแรง ความลึกลับ ความเพ้อฝัน กระทั่งแนวทดลองเนื้อหาใหม่ๆ) ได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งในนวนิยายทำนองวิพากษ์อารยธรรม เช่นในเรื่อง The Flounder และ The Rat ซึ่งได้สะท้อนความผูกพันของกราสส์กับขบวนการเคลื่อนไหวด้านสันติภาพและสิ่งแวดล้อม
ข้อถกเถียงอันร้อนแรงและการวิจารณ์ได้ถูกกระตุ้นขึ้นโดยนวนิยายชิ้นมหึมาเรื่อง Ein weites Feld (A Wide Field)* ซึ่งได้รับการวางเหตุการณ์อยู่ในปีของการล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ และการพังทลายของกำแพงเบอร์ลิน. ในเรื่อง My Century เขาได้นำเสนอประวัติศาสตร์ของศตวรรษที่ผ่านมาจากความคิดเห็นส่วนตัว ปีต่อปี. ในฐานะศิลปินกราฟิก บ่อยครั้งที่กราสส์ได้รับหน้าที่ออกแบบปกและภาพประกอบผลงานของเขาเองเสมอ
[/caption]
กุนเธอร์ กราสส์ (Günter Grass) เกิดในปี ค.ศ.1927 ในเมือง Danzig-Langfuhr * จากครอบครัวเลือดผสมโปลิช-เยอรมัน ภายหลังจากรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร และประสบชะตากรรมการตกเป็นเชลยสงครามโดยกองทัพอเมริกัน 1944-46 ต่อมา เขาได้ทำงานในฐานะแรงงานในฟาร์มและคนงานเหมือง และได้ร่ำเรียนศิลปะในดุสเซนดอร์ฟและเบอร์ลิน. ปี 1956-59 เขาได้ดำรงชีวิตในฐานะประติมากร ศิลปินกราฟิก และนักเขียนในปารีส และภายหลังต่อมาในเบอร์ลิน
ในปี ค.ศ. 1955 กราสส์เป็นสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มวิพากษ์สังคม 47 หรือที่เรียกว่า the socially critical Gruppe 47 * (ภายหลังได้ถูกอธิบายด้วยความรักและอบอุ่นในหนังสือของเขาเรื่อง The Meeting at Telgte). ผลงานกวีนิพนธ์ของเขาได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1956 และบทละครเรื่องแรกของเขาได้รับการสร้างขึ้นในปี 1957. ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในฐานะนักประพันธ์ระดับนานาชาติเกิดขึ้นในปี 1959 โดยผ่านวนิยายเล่ห์เหลี่ยมกลโกงผจญภัย แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งเรื่อง The Tin Drum (ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์โดย Schlondorff) และงานเขียนชิ้นต่อมา ด้วยมุมมองในลักษณะของการเสียดสีเหน็บแนมเกี่ยวกับความจริงของคนเยอรมัน ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่แล้วจากเรื่อง Cat and Mouse และ Dog Years งานสองชิ้นนี้ได้รับการเขียนขึ้นและได้รับการเรียกว่า the Danzig Trilogy (เรื่องราวสามตอนของเมืองแดนซิง)
กราสส์เป็นคนที่กระตือรือร้นทางการเมือง ในทศวรรษที่ 1960s เขาได้มีส่วนร่วมในการณรงค์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง Willy Brandt * ในนามของพรรคสังคมประชาธิปไตย. เขาได้ไปเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบกับปัญญาชนทั้งหลายในงานเขียนเรื่อง Local Anaesthetic, เรื่อง From the Diary of a Snail และในงานเขียนของเขาเกี่ยวกับ”โศกนาฏกรรมของคนเยอรมัน”ในเรื่อง The Plebeians Rehearse the Uprising, และได้รับการตีพิมพ์สุนทรพจน์ทางการเมืองและความเรียงต่างๆ ซึ่งกราสส์ได้ให้การสนับสนุนประเทศเยอรมนีเป็นอิสระจากอุดมการณ์อันบ้าคลั่งและการปกครองแบบเผด็จการต่างๆ
บ้านในวัยเด็กของเขา ณ เมือง Danzig และงานเขียนต่างๆ ในแบบสัจนิยมพิศดาร (fabulations – magical realism – เป็นแนวสัจนิยมสมัยใหม่ที่ไม่เหมือนกับขนบจารีตที่ผ่านมา เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการละเมิด ความรุนแรง ความลึกลับ ความเพ้อฝัน กระทั่งแนวทดลองเนื้อหาใหม่ๆ) ได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งในนวนิยายทำนองวิพากษ์อารยธรรม เช่นในเรื่อง The Flounder และ The Rat ซึ่งได้สะท้อนความผูกพันของกราสส์กับขบวนการเคลื่อนไหวด้านสันติภาพและสิ่งแวดล้อม
ข้อถกเถียงอันร้อนแรงและการวิจารณ์ได้ถูกกระตุ้นขึ้นโดยนวนิยายชิ้นมหึมาเรื่อง Ein weites Feld (A Wide Field)* ซึ่งได้รับการวางเหตุการณ์อยู่ในปีของการล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ และการพังทลายของกำแพงเบอร์ลิน. ในเรื่อง My Century เขาได้นำเสนอประวัติศาสตร์ของศตวรรษที่ผ่านมาจากความคิดเห็นส่วนตัว ปีต่อปี. ในฐานะศิลปินกราฟิก บ่อยครั้งที่กราสส์ได้รับหน้าที่ออกแบบปกและภาพประกอบผลงานของเขาเองเสมอ
Posted in ทุบหัวด้วยหนังสือ, บทความ Also tagged book, Germany, Gunter Grass, Literature, Midnight University, Nobel Prize, Novel, Other Author, วรรณกรรม, สมเกียรติ ตั้งนโม, หนังสือ Leave a comment
Post Colonial Criticism: การวิจารณ์ศิลปะ-วรรณกรรมแนวหลังอาณานิคม