มหัศจรรย์ภาพยนตร์ในแบบอัตถนิยมมายา
โดย หอมรำเพย
ตั้งแต่ภาพยนตร์กำเนิดขึ้นมายาภาพบนหนังล้วนถูกเกสรรค์ให้ภาพยนตร์เป็นเหมือนจริง มากกว่าเสกสรรค์ให้มันกลายเป็นเรื่องโกหก เราจึงแลเห็นเทคนิคต่าง ๆ ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อทำให้ผู้คนเดินเข้าไปในโลกที่ผู้กำกับสร้างขึ้นอย่างเสมือนจริง ดูนั่นสิ “อวตาร” ภาพดาวเพนโดราที่ประกาศว่ามันมีอยู่จริง แม้มันคือโลกจินตนาการก็ตามที
ตรงข้ามกับหนังอัตถนิยมมายาหรือในภาษาฝรั่งเรียกว่า Magical Realism ที่เล่าเรื่องราวเป็นตุเป็นตะ ว่าด้วยเรื่องเล่าเหนือจริงกึ่งตำนาน ในสังคมโลกที่สามเรามักมีตำนานเก่าเล่าผ่านปากผู้เฒ่าของหมู่บ้าน เรื่องพวกนั้นช่างเหลือเชื่อ แต่ก็ยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริงเพราะคนที่เล่าต่อกันมาคือยายทวดของเราเอง
Click เพื่ออ่านต่อ “Like Water For Chocolate”
Go straight to Post



My favorite book
เล่มโปรด
นิวัต พุทธประสาท
หมายเหตุ : ไม่ได้เรียงลำดับตามความชอบ
1.หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว : การ์เบียล การ์เซีย มาร์เควซ
นิยายปกแข็งเล่มหนากำลังดี แต่ตัวอักษรเล็ก ๆ ยาวเป็นพืด แปลโดยปณิธานและ ร.จันเสน เล่มนี้ ทำให้โลกการอ่านวรรณกรรมของผมเปลี่ยนไป มาร์เควซทำให้โลกจริงกับโลกฝัน การเมืองและนิทานกลายมาเป็นตำนานในนิยายที่แสนทรงเสน่ห์ ขณะเดียวกัน ทำให้ผมไม่รู้ว่านิยายที่ดีได้ถูกเขียนไปจนหมดแล้ว ที่เหลือเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวของความคิดที่หล่นกระจาย และเป็นการยากมากที่จะไปถึงยอดภูเขาได้แบบนั้น
2.แลไปข้างหน้า : ศรีบูรพา
หากถามว่าใครคือนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ผมไม่ลังเลที่จะมอบให้นักเขียนนาม ‘ศรีบูรพา’ ไปไม่ได้ โดยเฉพาะนิยายเรื่องแลไปข้างหน้าทั้งสองภาค คือการรวบยอดทางความคิดทางสังคมไทย ซึ่งมีรากฐานมาถึงปัจจุบัน การศึกษาวรรณกรรมคงมองผ่านนิยายเรื่องนี้ไปไม่ได้ เพราะนี่คือภูเขาอีกลูกที่ตระหง่านและสง่างามเป็นอย่างยิ่ง
3.สเตปเปนวูล์ฟ : เฮอร์มานน์ เฮสเส
นี่คือนิยายที่ผมอ่านได้จบเพียงรอบเดียว และพยายามจะอ่านรอบสอง รอบสาม และรอบสี่ แต่มันมีอะไรบางอย่างทำให้ไม่สามารถผ่านไปได้ แต่เป็นนิยายอีกเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตของผม สเตปเปนวูล์ฟ อ่านยากก็จริง แต่มันดิ่งลึกถึงจิตมนุษย์ และกลวิธีการเขียนน่าสนใจ เขาสนใจทั้งรูปแบบ (ที่ซ่อนเร้น) กับปรัชญาได้แนบเนียน กลวิธีจึงไม่บดบังการนำเสนอเนื้อหา
4.เงาสีขาว : แดนอรัญ แสงทอง
ถ้าพูดถึงนวนิยายรุ่นใหม่ที่ทรงอิทธิพลกับวงการแล้ว นวนิยายเรื่อง “เงาสีขาว” คือ ภาพที่ชัดเจนที่สุด เป็นแรงขับดันทางความรู้สึก อารมณ์ ศีลธรรม เซ็กซ์ และชีวิต ที่ถูกระบายออกมาอย่างจริงใจที่สุดเล่มหนึ่ง บ้างก็บอกว่ามันคือนิยายที่ฟูมฟาย แต่อีกด้านหนึ่ง มันกลับเต็มไปด้วยสีสัน และยากที่จะเขียนเลียนแบบ หรือที่จะดำเนินรอยตาม
5.วิหารทองคำ : ยูกิโอะ มิชิมา
นักเขียนญี่ปุ่นคนนี้เขียนหนังสือได้ทั้งละเอียด ละเมียดละไม ใส่ใจรายละเอียด เขาเขียนถึงการคว้านท้อง ความตาย แรงสะเทือนใจ ชีวิตหลังสงครามโลก ได้ชนิดที่เรียกว่าเราไม่อาจจะทำได้อีก ที่จริงผมชอบงานของมิชิมาทุกเล่ม แต่ที่เลือกพูดถึงเล่มนี้เพราะว่ามันเป็นเล่มที่เขาระเบิดความรู้สึกออกมาเต็มที่
6.Generation X : Douglas Coupland
ดักกลาสเป็นทั้งเสือปืนไว เป็นนักเขียนร่วมสมัยชาวอเมริกันที่มองสังคมสมัยใหม่ ทั้งน่าหลงใหล ทั้งเสียดสี เยาะเย้ย ถากถาง ทั้งเข้าถึงวัยรุ่น เขาไม่ใช่นักเขียนที่ดีที่สุด แต่เป็นคนที่จับกระแสสมัยใหม่ได้เร็ว ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัตินักเขียนรุ่นใหม่ดดยแท้
7.ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต : มิลาน คุนเดอรา
นี่เป็นนักเขียนอีกคนที่ชื่อของเขาดังกว่ารางวัลโนเบล นั่นเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เขาไม่ได้รางวัลนี้เสียที มิลาน คือสุดยอดของนักเขียนที่เปรียบเทียบบุคคล สิ่งของ เหตุการณ์ ให้ออกมาในเชิงวิจารณ์ที่เราอ่านแล้วต้องเชื่อ เขาเป็นคนที่น่าหลงใหล พอ ๆ กับตัวเอกในเรื่องของเขา เป็นนักเขียนที่ฉลาดเป็นกรด
8.ปิศาจ : เสนีย์ เสาวพงศ์
ผมเคยพูดในงานเสวนาหนึ่งว่า ร้านหนังสือทั่วประเทศน่าจะต้องวางขายนิยายเล่มนี้เอาไว้บนชั้นตลอดเวลา เพราะอะไร เพราะนิยายเล่มนี้คือแรงบันดาลใจ เป็นเหมือนการจุดความฝัน อุดมการณ์ การต่อสู้ ของคนหนุ่มสาว ผมเชื่อว่าถ้าคนหนุ่มสาวได้อ่านเล่มนี้ตั้งแต่ยังหนุ่ม พวกเขาจะแกร่งกล้าด้วยอุดมการณ์แรงกล้า บางทีอาจจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้ ถ้าพวกเขาเป็นนักการเมือง พวกเขาจะเป็นนักการเมืองที่ดี นี่เป็นอีกสาเหตุที่หนังสือเล่มนี้ต้องหาซื้อได้ตลอดเวลา
Go straight to Post