Persona : ความสัมพันธ์จากด้านใน

Persona
Ingmar Bergman เป็นผู้กำกับหนังชาวสวีเดนที่มีผลงานการกำกับหนังที่โดดเด่นมากที่สุดคนหนึ่งของโลก เขาไม่ได้สร้างหนังเพียงเพื่อบอกเล่าเรื่องราว หรือระบายออกทางความต้องการของตน ทว่าหนังของเบิร์กแมนทะลุทะลวงเข้าสู่ด้านลึกของมนุษย์ ความปรารถนาอันเร้นลับภายในถูกขับดันออกมา ผ่านบุคลิกภาพซับซ้อน — ภาพ เสียง และเนื้อในของหนัง มันเผยให้เห็นมนุษย์ในแง่งดงาม-อัปลักษณ์ ที่ซึ่งแสงกระทบลงกับฟิล์ม
Persona เป็นเอกภาพยนตร์อีกเรื่องของเบิร์กแมนที่เล่าเรื่องอย่างสามัญ พล๊อตอันน้อยนิด ทว่าเต็มไปด้วยการดิ่งลึกสู่มิติภายในมากกว่าสัมผัสด้วยความรู้สึกที่จับใจในเบื้องต้น หนังเริ่มต้นด้วยภาพตัดต่อ (montage) ฟิล์มเก่าในรีมวิ่งอยู่ในเครื่องฉาย องคชาติชูชัน แมงมุมกำลังเคลื่อนไหว ภาพหนังตลกในยุคหนังเงียบ แกะถูกเชือดเลือดไหลริน ดวงตาที่เหม่อลอยของแกะ เครื่องในถูกควักออกมา ตัดมาที่ภาพห้องสีขาว หญิงชรานอนนิ่ง ห่มคลุมผ้าสีขาว เด็กหนุ่มตื่นขึ้นจากเตียง สวมแว่น อ่านหนังสือ และจ้องมองผนัง มือไขว่คว้าภาพหญิงสาวไร้โฟกัส ภาพดังกล่าวทำให้นึกถึงหนังของหลุยส์ บุลเยล ราวกับบูชาครู ก่อนที่หนังจะเข้าสู่ตัวเรื่อง

อลิซเบธ และ อัลมา
Persona เล่าเรื่องผ่านสองตัวละครหลักอัลมา (Bibi Anderson) นางพยาบาลสาวซึ่งถูกว่าจ้างมาให้ดูแล อลิซเบธ โวคเลอร์ (Liv Ulmann) นักแสดงสาวซึ่งอยู่ ๆ เธอก็หยุดพูดขณะแสดงละครโดยไม่มีสาเหตุ หมอเจ้าของไข้แนะนำให้อลิซเบธไปพักฟื้นที่บ้านชายทะเลอันห่างไกลจากผู้คน อัลมาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะดูแลคนไข้อย่างอลิซเบธได้ดีแค่ไหน ทว่าทั้งสองก็ไปอยู่ที่นั่นด้วยกัน ระหว่างการพักผ่อน อัลมาเล่าเรื่องของตนด้วยการพร่ำบ่นอยู่ตลอดเวลา ขณะที่อลิซเบธเงียบงันไม่สามารถเข้าถึง ทั้งสองอ่านหนังสือ เดินเล่นชายหาด ดื่มกาแฟ สูบบุหรี่ ร่วมรัก ขัดแย้ง ทั้งคู่มีทั้งความรัก มีทั้งเกลียดชัง ขณะที่ดวงวิญญาณของสองคนกลับค่อย ๆ หลอมรวมกันเป็นหนึ่ง แต่มันไม่ได้หลอมรวมเป็นหนึ่ง ทว่าหลอมรวมแล้วแตกกระเด็นราวกับลูกไฟของภูเขาไฟ
ตลอดทั้งเรื่องมีเพียงเนื้อหาเท่านี้ แต่โดยเนื้อหาด้านภาพและวิญญาณของหนังกลับดิ่งลึก วิญญาณซึ่งค่อย ๆ จมลงในเบื้องลึก อลิซเบธซึ่งเป็นดาราดัง ทว่าเราไม่รู้ที่มาที่ไปของเธอ เรารู้เพียงแต่ว่าเธอมีสามี มีลูก เธอเกลียดลูก เธอไม่มีอื่นใดที่สามารถบอกให้เราเข้าถึงจิตใจของเธอได้ด้วยภาษาพูด เสียงเป็นเพียงเสียงหนึ่งที่ล่องลอยไร้ที่มา หลายฉากอึมครึม สับสน ยากคาดเดา ภาพจริงหรือภาพฝันแยกกันไม่ออก ราวกับตั้งใจให้โลกสองใบย่างเข้าสู่พื้นที่ของตน
ขณะที่อัลมา เธอเป็นตัวแทนของสามัญชนที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาสารพันในชีวิต เธอเคยทำแท้ง เธอพยายามจะทำความเข้าใจในตัวอลิซเบธ ทว่าโลกของอลิซเบธนั้นถูกปิดกั้นอย่างมืดมิด ความรักและเซ็กซ์ไม่สามารถเยียวยา ทว่ากลับขยายขอบเขตของความขัดแย้งของตนออกไปมากขึ้น อย่างเช่นฉากหนึ่งที่เอลมาทำแก้วแตกบนพื้น เธอกวาดเศษแก้วไม่หมด ขณะที่อลิซเบธเดินออกมาบริเวณนั้น แทนที่เธอจะเตือนอลิซเบธให้ระวัง เธอกลับเมินเฉยจนกระทั่งอลิซเบธถูกเศษแก้วบาด
ความไม่เข้าใจเพิ่มขึ้นในฉากที่ทั้งสองทะเลาะกันถึงขั้นทำร้ายกัน อัลมายกกาต้นน้ำเดือดทำท่าจะสาดใส่ลิซเบธ อลิซเบธกลับอุทานให้อัลมาหยุด นั่นเป็นครั้งแรกที่อลิวเบธพูด นั่นแสดงให้เห็นว่าไม่มีทางที่มนุษย์จะเยียวยามนุษย์ด้วยความรักหรือความเข้าใจได้ เว้นแต่ว่าจะกระตุ้นสัญชาตญาณการปกป้องตัวเองออกมา
การไม่พูดของอลิซเบธอาจจะหมายถึงการหยุดแสดงบทบาทของตัวเอง นักแสดงย่อมสวมบทบาททุกอย่างที่ถูกสั่งให้เล่น รวมถึงมนุษย์ในสังคมย่อมต้องแสดงบทบาทของตนอย่างปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าตัวตนนั้นจะเป็นพ่อ แม่ ลูก แม้มนุษย์เราจะเป็นตัวตนนั้นจริง ๆ ทว่าการแสดงย่อมทำให้สังคมรอบข้างเห็นว่าเรามีบทบาทแท้จริงคืออะไร ไม่นับรวมบทบาทอื่น ๆ จากหน้าที่การงาน ที่เราต้องสวมทับเอาไว้ราวหัวโขน ซ้อยทับลงบนตัวตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราจึงมักจะได้ยินว่าบางครั้งนายกรัฐมนตรีไม่เป็นตัวของตัวเอง แน่นอนแสดงว่าบทบาทที่มนุษย์เข้าไปสวม ย่อมกลืนกินเราลงไปด้วย การไม่พูดของอลิซเบธจึงเป็นการหยุดแสดงบทบาท แต่ท้ายที่สุดเธอก็ยังต้องสวมบทบางอย่างโดยไม่สามารถปฏิเสธมันได้
ในท้ายเรื่องภาพของอลิซเบธและอัลมาหลอมรวมเป็นหนึ่ง แต่ขณะที่อัลมาเดินจากมาเพียงลำพัง ถือกระเป๋าเดินทางขึ้นรถประจำทางริมหาดและจากไป
Persona เป็นหนังขาวดำที่งดงามทางด้านภาพ และเนื้อหาที่ขับเน้นเรื่องราวซึ่งซ้อนทับอยู่กับโลกสองใบที่แตกต่าง หนังไม่อธิบายถึงโลกจริงหรือโลกหลอน ไม่มีที่มา ปราศจากที่ไป แต่ก็สะกิดให้เราเข้าถึงด้านในจิตใจที่แสนเหน็บหนาว



One Comment